Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 87 หน้าที่ 453

เล่ม มมร. 87 หน้า 453 ข้อ 1573
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยมหัคคตจิตที่เป็นมหัคคตา- รัมมณธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ. มหัคคตขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโต- ปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย. [๑๕๗๓] ๔. มหัคคตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตา- รัมมณธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลพิจารณาปฐมฌานปัจจเวกขณะฯลฯ พิจารณาเนวสัญญานา- สัญญายตนปัจจเวกขณะ พิจารณาทิพพจักขุปัจจเวกขณะ พิจารณาทิพพโสต- ธาตุปัจจเวกขณะ อิทธิวิธญาณปัจจเวกขณะ ฯลฯ เจโตปริยญาณปัจจเวกขณะ- ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณปัจจเวกขณะ ฯะฯ ยถากัมมูปคญาณปัจจเวกขณะ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณปัจจเวกขณะ. พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว, รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน. บุคคลพิจารณาเห็นปริตตขันธ์ที่เป็นมหัคคตารัมมณธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภ ขันธ์นั้น ราคะที่เป็นปริตตารัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น. บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปริตตจิต ที่เป็นมหัคคตา- รัมมณธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka