Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 87 หน้าที่ 699

เล่ม มมร. 87 หน้า 699 ข้อ 2146
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็น อัชฌัตตารัมมณธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา. บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็น อัชฌัตตารัมมณธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ. ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็น ปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่ อนาคตคังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย. [๒๑๔๖] ๓. พหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธารัมมณ- ธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลอื่นพิจารณาทิพยจักษุที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็นพหิทธา- รัมมณธรรม ทิพโสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพ- นิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ. บุคคลอื่น๑พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็น พหิทธารัมมณธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา. บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็น พหิทธารัมมณธรรม ด้วยอำนาจของเจโตปริยญาณ. ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณธรรม เป็น ปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมูปคญาณ แก่ อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย. ๑. ม. ไม่มีบุคคลอื่น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka