[๒๒๔๓] ๓. อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสน-
สัปปฏิฆธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย เหมือนกับนิสสยปัจจัยใน
ปฏิจจวาระ.
[๒๒๔๔] ๔. อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยและอนิทัส-
สนอัปปฏิฆธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น สหชาตะ และ ปุเรชาตะ
ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่
มหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต-
สมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทา-
รูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย. พึงให้พิสดาร ตลอดถึงอสัญญสัตว์ทั้งหลาย.
ที่เป็น ปุเรชาตะ ได้แก่
พิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ กายะ ฯลฯ เสียง ฯลฯ โผฏฐัพพะ โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัย
แก่กายวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.
๔ วาระ ที่เหลือพึงให้พิสดาร เหมือนกับ สหชาตปัจจัย ในปฏิจจวาระ
ซึ่งไม่ทำให้แตกต่างกัน.
[๒๒๔๕] ๘. อนิทัสสอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสน-
อัปปฏิฆธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย