คือ ทิฏฐิสัญโญชน์ อวิชชาสัญโญชน์ อาศัยกามราคสัญโญชน์ และ
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
พึงผูกจักรนัย
๘. ธรรมที่เป็นสัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชน-
ธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งสัญโญชนธรรมและสัญโญชนิยธรรม และ
ธรรมที่เป็นสัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชนิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัญโญชนิย-
ธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม และสัญโญชนธรรมทั้งหลาย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
๙. ธรรมที่เป็นสัญโญชนธรรม และสัญโญชนิยธรรม
และธรรมที่เป็นสัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นทั้งสัญโญชนธรรม และสัญโญชนิยธรรม และธรรม
ที่เป็นสัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ ทิฏฐิสัญโญชน์ อวิชชาสัญโญชน์ และจิตตสมุฏฐานรูป
อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัญโญชนิยธรรม แต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม และกามราค-
สัญโญชน์ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
พึงผูกจักรนัย
เหมือนปฐมทุกะในสัญโญชนโคจฉกะ ทุกะแม้นี้พึงให้พิสดารอย่างนั้น
ไม่มีแตกต่างกัน เว้นโลกุตตระ.
สัญโญชนสัญโญชนิยทุกะ จบ