คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัญโญชนสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่
สัญโญชนธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
๕. ธรรมที่เป็นทั้งสัญโญชนธรรม และสัญโญชน-
สัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสัญโญชนสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่
สัญโญชนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัญโญชนธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัญโญชน-
สัมปยุตตธรรมแต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม.
๖. ธรรมที่เป็นทั้งสัญโญชนธรรม และสัญโญชน-
สัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นสัญโญชนสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่
สัญโญชนธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสัญโญชนสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่
สัญโญชนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และสัญโญชนธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
สัญโญชนสัมปยุตตธรรมแต่ไม่ใช่สัญโญชนธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
๗. ธรรมที่เป็นทั้งสัญโญชนธรรม และสัญโญชน-
สัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสัญโญชนธรรม และสัญโญชน-
สัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นสัญโญชนสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่
สัญโญชนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ทิฏฐิสัญโญชน์ อวิชชาสัญโญชน์ อาศัยกามราคสัญโญชน์ และ
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
พึงผูกจักรนัย