คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌาณ ฯลฯ
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ ขันธ์
ทั้งหลายที่ไม่ใช่นีวรณธรรม เพราะปรารภจักษุ เป็นต้นนั้น ราคะ ย่อมเกิดขึ้น
ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
๖. ธรรมที่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณ-
ธรรม และธรรมที่ไม่ใช่นีวรณธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ.
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน.
ออกจากฌาน. ฯลฯ
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ ขันธ์
ทั้งหลายที่ไม่ใช่นีวรณธรรม เพราะปรารภจักษุเป็นต้นนั้น นีวรณธรรม และ
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ย่อมเกิดขึ้น.
๗. นีวรณธรรม และธรรมที่ไม่ใช่นีวรณธรรม เป็น
ปัจจัยแก่นีวรณธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ (วาระ
ที่ ๕- ๖- ๗) พึงกระทำว่า เพราะปรารภ.
๓. อธิปติปัจจัย
[๕๙๖] ๑. นีวรณธรรม เป็นปัจจัยแก่นีวรณธรรม ด้วย
อำนาจของอธิปติปัจจัย