๔. ธรรมที่เป็นนีวรณิยธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม
เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นนีวรณิยธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ กระทำอุโบสถกรรมแล้ว พิจารณา
กุศลกรรมนั้น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น
ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู โวทาน ฯลฯ กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ
กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
บุคคลพิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนีวรณิย-
ธรรมแต่ไม่ใช่นีวรณธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อม
เพลิดเพลินยิ่ง ฯลฯ โทมนัส ฯลฯ
เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฯลฯ พึงกระทำตลอดถึงอาวัชชนะ.
๕. ธรรมที่เป็นนีวรณิยธรรม แต่ไม่ใช่นีวรณธรรม
เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งนีวรณธรรมและนีวรณิยธรรม ด้วยอำนาจ
ของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌาน ฯลฯ