Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 8 หน้าที่ 529

เล่ม มมร. 8 หน้า 529 ข้อ 606 607
โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติแล้ว จงระลึกอาบัติเห็นปานนี้ เธอระลึก ไม่ได้จึงกล่าวอย่างนี้ว่า ท่าน ข้าพเจ้าต้องอาบัติแล้วแต่ระลึกอาบัติเห็น ปานนี้ไม่ได้ สงฆ์ให้อมูฬหวินัยแก่เธอ การให้อมูฬหวินัยเป็นธรรม. หมวดที่ ๒ [๖๐๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ วิกล- จริต มีจิตแปรปรวน ได้พระพฤติละเมิดกิจอันไม่ควรแก่สมณะเป็นอัน มาก ทั้งที่กล่าวด้วยวาจาและพยายามทำด้วยกาย สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียวโจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติแล้วจงระลึกอาบัติเห็น ปานนี้ เธอระลึกไม่ได้จึงกล่าวอย่างนี้ว่า ท่าน ข้าพเจ้าระลึกได้คล้าย ความฝัน สงฆ์ให้อมูฬหวินัยแก่เธอ การให้อมูฬหวินัยเป็นธรรม. หมวดที่ ๓ [๖๐๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ วิกล- จริต มีจิตแปรปรวน ได้ประพฤติละเมิดกิจอันไม่ควรแก่สมณะเป็นอัน มาก ทั้งที่กล่าวด้วยวาจาและพยายามทำด้วยกาย สงฆ์หรือภิกษุ ๒-๓ รูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทเธอว่า ท่านต้องอาบัติแล้ว จงระลึกอาบัติ เห็นปานนี้ เธอวิกลจริต ทำอาการวิกลจริตว่า ข้าพเจ้าก็ทำอย่างนี้ แม้ท่านทั้งหลายก็ทำอย่างนี้ สิ่งนี้ควรแม้แก่ข้าพเจ้า สิ่งนี้ควรแม้แก่ท่าน ทั้งหลาย สงฆ์ให้อมูฬหวินัยแก่เธอ การให้อมูฬหวินัยเป็นธรรม. การให้อมูฬหวินัยเป็นธรรม ๓ หมวด เหล่านี้ ให้อมูฬหวินัยเป็นธรรม ๓ หมวด จบ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka