Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 89 หน้าที่ 116

เล่ม มมร. 89 หน้า 116 ข้อ 110
มี ๒ อย่าง คือที่เป็น สหชาตะ และ ปุเรชาตะ ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่ จิต เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย. ในปฏิสนธิขณะ จิต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเจตสิก ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย. ที่เป็น ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลพิจารณาจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ เหมือนปุเรชาตะ ไม่แตกต่างกัน. ๖. ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น เจตสิก และธรรมที่ไม่ใช่เจตสิก ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือที่เป็น สหชาตะ และ ปุเรชาตะ ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่ จิต เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นเจตสิก และจิต ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย. ที่เป็น ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลพิจารณาจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ เหมือนกับปุเรชาตะ ไม่แตกต่างกัน. เจตสก และ รรมท ไม่ใ ่เจตส้ก ดว่ยอำนาจ องอตั ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือทีเป็น ส าตะ แล่ ปุเรฬาต ท เป็น สทซาดะ ได้แก่ ้ ่ จิค เป็นปัจจัยยแก่สัมปยุต ชัน ์ และ.จิค สมุ ฐานรูปทง่หลาย คว้ย อำนาจ องอั ่ ปัจจัยย. ในปฏิสน ิขณะ จิ ฯลฯ ในปฎิสนิ ณะ หทยวัตถุ เบ่หปัจจัยแก่ ัห์ ่งหลายทีเป็นเจตสิก แล่จิค คว้ยอำนาจของอั ถิปัจจัย. ท เป็น ปุเร าดะ ได้แก่ บุคคลพิจารณาจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ โคยความเบืหของไห่่เท ยง ฯลฯ เหหือนกบั ปุเรชา ะ ไ ่แคกค่างกนั ่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka