๔. ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม
อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานิยะ
แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ตลอดถึงอัชฌัต-
ติกมหาภูตรูป.
๕. ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
ปัจจัย
คือ อุปาทานธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานิยะ แต่
ไม่ใช่อุปาทานธรรม.
๖. ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม และ
ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็น
อุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อุปาทานธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัย
ขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
๗. ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม อาศัย
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปา-
ทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ กามุปาทาน อาศัยทิฏฐุปาทาน และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
พึงกระทำจักรนัย.