บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอวิตักกธรรม แล้วให้ทาน สมาทาน-
ศีล ทำอุโบสถกรรม ยังฌานที่เป็นสวิตักกธรรม ฯลฯ วิปัสสนา มรรค
อภิญญา ฯลฯ สมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ.
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอวิตักกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ วิตก แล้ว
ให้ทาน ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์.
ศรัทธาที่เป็นอวิตักกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และวิตก เป็นปัจจัยแก่
ศรัทธาที่เป็นสวิตักกธรรม แก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๖. อวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรม และ
อวิตักกธรรม ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย
คือ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอวิตักกธรรม แล้วให้ทาน ฯลฯ
ในทุติยวาระ พึงทำบทที่เขียนไว้ทั้งหมด ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ
ถือทิฏฐิ.
บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ เสนาสนะ วิตก แล้ว
ให้ทาน ฯลฯ ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์.
ศรัทธาที่เป็นอวิตักกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และวิตก เป็นปัจจัยแก่
ศรัทธาที่เป็นสวิตักกธรรม ฯลฯ แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา
แก่มรรคที่เป็นสวิตักกธรรม แก่ผลสมาบัติ และแก่วิตก ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย.
๗. สวิตักกธรรม และอวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่
สวิตักกธรรม ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย