๕. อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม ด้วย
อำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทานด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ศีลฯลฯ อุโบสถ-
กรรม ฯลฯ แล้วพิจารณาด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ย่อมยินดี ย่อม
เพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น ราคะที่เป็นสัปปีติกธรรม ย่อม
เกิดขึ้น ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ
ออกจากผล แล้วพิจารณาผล ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม.
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม.
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู ที่เป็นสัปปีติกธรรม, แก่โวทาน, แก่
มรรค, แก่ผล ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย.
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอัปปีติกธรรม กิเลส
ที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ด้วยจิตที่เป็น
สัปปีติกธรรม.
บุคคลพิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติก-
ธรรม และปีติ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักษุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นสัปปีติก-
ธรรม ย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นสัปปีติกธรรม ย่อมเกิดขึ้น.