บทว่า อพฺภุสฺสหนตา ได้แก่ กิริยาที่โจทกระทำความอุต-
สาหะว่า เหตุไร เราจึงจักไม่โจรอย่างนั้นเล่า?
บทว่า อนุพลปฺปทานํ คือแสดงเหตุแห่งคำต้น เพิ่มกำลังด้วย
คำหลัง
ในสองบทว่า กิจฺจยตา กรณียตา นี้ มีวิเคราะห์ว่า กรรม
ที่จะพึงกระทำนั่นเอง ชื่อว่า กิจฺจยํ ความมีแห่งกรรมที่จะพึงกระทำ
ชื่อว่า กิจฺจยตา, ความมีแห่งกิจที่จะต้องกระทำ ชื่อว่า กรณียตา.
คำทั้ง ๒ นั้นเป็นชื่อแห่งสังฆกรรมนั่นเอง
ส่วนคำว่า อปโบกนกมฺมํ เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส
เพื่อแสดงประเภทแห่งสังฆกรรมนั้นนั่นแล.
บรรดาสังฆกรรมเท่านั้น กรรมที่ต้องยังสงฆ์ผู้ทั้งอยู่ในสีมาให้หมด
จด นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา สวดประกาศ ๓ ครั้งทำตาม
อนุมัติของสงฆ์ผู้พร้อมเพรียง ชื่อว่า อปโลกนกรรม.
กรรมที่ต้องทำด้วยญัตติอย่างเดียว ตามอนุมัติของสงฆ์ผู้พร้อม
เพรียง ตามนัยที่กล่าวแล้วนั่นแล ชื่อว่า ญัตติกรรม.
กรรมที่ต้องทำด้วยอนุสาวนา มีญัตติเป็นที่ ๒ อย่างนี้ คือญัตติ ๑
อนุสาวนา ๑ ตามอนุมัติของสงฆ์ผู้พร้อมเพรียง โดยนัยที่กล่าวแล้วนั่น
แล ชื่อว่า ญัตติทุติยกรรม.
กรรมที่ต้องทำด้วยอนุสาวนา ๓ มีญัตติเป็นที ๔ อย่างนี้คือญัตติ
๑ อนุสาวนา ๓ ตามอนุมัติของสงฆ์ผู้พร้อมเพรียง โดยนัยที่กล่าวแล้ว
นั้นแล ชื่อว่า ญัตติจตุตถกรรม.