Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 89 หน้าที่ 977

เล่ม มมร. 89 หน้า 977 ข้อ 871
ที่เป็น ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งจักษุ ฯลฯ หทยวัตถุ ฯลฯ เพราะปรารภจักษุเป็นต้น ราคะ ย่อมเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น. หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสรณธรรม ด้วยอำนาจ ของอัตถิปัจจัย. ๖. สรณธรรม และอรณธรรม เป็นปัจจัยแก่สรณ- ธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือที่เป็น สหชาตะ และ ปุเรชาตะ ๗. สรณธรรม และอรณธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณ- ธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย มี ๓ อย่าง คือที่เป็น สหชาตะ, ปัจฉาชาตะ รวมกับ อาหาระ และรวมกับ อินทริยะ ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสรณธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัย แก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย. ที่เป็น ปัจฉาชาตะ รวมกับ อาหาระ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสรณธรรมที่เกิดภายหลัง และกพฬีการาหาร เป็น ปัจจัยแก่กายนี้ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย. ที่เป็น ปัจฉาชาตะ รวมกับ อินทริยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสรณธรรมที่เกิดภายหลัง และรูปชีวิตินทรีย์ เป็น ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka