[ว่าด้วยเถยยสัตถสมุฏฐาน]
สองบทว่า เถยฺยสตฺถํ อุปสฺสุติ ได้แก่ สิกขาบทคือชักชวนแล้ว
เดินทางไกลสายเดียวกันกับพวกเกวียนพวกตั่งผู้เป็นโจร ๑, สิกขาบทคือยืน
แอบฟัง ๑.
คำว่า สูปวิญฺาปเนน จ นี้ ตรัสหมายเอาการออกปากขอแกง
และข้าวสุก.
สามบทว่า รตฺติ ฉนฺนญฺจ โอกาสํ ได้แก่ ๓ สิกขาบท ที่พระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้ว่า ภิกษุณีใด พึงยืนร่วมหรือพึงเจรจาตัวต่อตัวกับบุรุษ
ในราตรีที่มืดไม่มีไฟ ๑, ในโอกาสกำบัง ๑, ในที่กลางแจ้ง ๑.
คำว่า พฺยูเหน สตฺตมา นี้ ตรัสหมายเอาสิกขาบทที่มาเป็นลำดับ
แห่งสิกขาบทนั้นนั่นแลว่า กับบุรุษที่ถนนหรือที่ตรอกตัน.
ธัมมเทสนสมุฏฐาน ๑๑ สิกขาบท ตื้นทั้งนั้น.
พึงทราบสมุฏฐานที่เจือกันอยู่นี้ก่อน :-
ส่วนนิยตสมุฏฐานมี ๓ อย่าง, นิยตสมุฏฐานนั้น มีเฉพาะแต่ละสิกขาบท
เท่านั้น, เพื่อแสดงนิยตสมุฏฐานนั้นเฉพาะแผนก จึงตรัสคำว่า ภูตํ กาเยน
ชายติ เป็นต้น. คำนั้นตื้นทั้งนั้น.
บทว่า เนตฺติธมฺมานุโลมิกํ ได้แก่ อนุโลม แก่ธรรมกล่าวคือ
บาลีแห่งวินัย.
สมุฏฐานสีสวัณณนา จบ