หมวด ๘
ว่าด้วยอานิสงส์เป็นต้น
[๙๙๖] ภิกษุเห็นอานิสงส์ ๘ ไม่พึงยกภิกษุนั้นฐานไม่เห็นอาบัติ
ภิกษุเห็นอานิสงส์ ๘ พึงแสดงอาบัตินั้น เพราะความเชื่อแม้ต่อผู้อื่น อาบัติ
สังฆาทิเสสเป็นยาวตติยกะมี ๘ ประจบตระกูลด้วยอาการ ๘ จีวรบังเกิดมีมาติกา
๘ กฐินเดาะมีมาติกา ๘ น้ำปานะมี ๘ ชนิด พระเทวทัตต์ มีจิตอันอสัท-
ธรรม ๘ อย่างครอบงำย่ำยี จึงไปสู่อบาย ตกนรก ชั่วกัป ช่วยไม่ได้ โลกธรรม
มี ๘ ครุธรรมมี ๘ อาบัติปาฏิเทสนียะมี ๘ มุสาวาทมีองค์ ๘ องค์อุโบสถมี
๘ องค์แห่งความเป็นทูตมี ๘ วัตรแห่งเดียรถีย์มี ๘ อัจฉริยะอัพภูตธรรมใน
มหาสมุทรมี ๘ อัจฉริยะอัพภูตธรรมในพระธรรมวินัยนี้มี ๘ ภัตตาหารที่ไม่
เป็นเดนมี ๘ ภัตตาหารที่เป็นเดนมี ๘ เภสัชเป็นนิสสัคคิยะเมื่อรุ่งอรุณที่ ๘
ปาราชิกมี ๘ ภิกษุณียังวัตถุที่ ๘ ให้บริบูรณ์สงฆ์พึงนาสนะเสีย ภิกษุณียัง
วัตถุที่ ๘ ให้บริบูรณ์ แม้แสดงอาบัติแล้ว ก็ไม่เป็นอันแสดง อุปสมบทมีวาจา
๘ พึงลุกรับภิกษุณี ๘ พวก พึงให้อาสนะแก่ภิกษุณี ๘ พวก อุบายสิกาขอพร
๘ ภิกษุประกอบด้ายองค์ ๘ สงฆ์พึงสมมติให้เป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี การทรง
วินัยมีอานิสงส์ ๘ สิกขาบทที่ว่าด้วยอย่างยิ่งมี ๘ ภิกษุผู้ถูกลงตัสสปาปิยสิกากรรม
พึงประพฤติชอบในกรรม ๘ งดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรมมี ๘ งดปาติโมกข์เป็น
ธรรมมี ๘.
หมวด ๘ จบ