สองบทว่า น อุปชฺฌาโย ปุจฺฉิตพฺโพ มีความว่า ไม่ควรถามว่า
อุปัชฌาย์ของท่านชื่อไร ?. ในบททั้งปวง ก็นัยนี้แล.
บทว่า น ชาติ มีความว่า ไม่ควรถามถึงชาติอย่างนี้ว่า ท่านเป็น
ชาติกษัตริย์หรือ ? ท่านเป็นชาติพราหมณ์หรือ ?
บทว่า น อาคโม มีความว่า ไม่ควรถามถึงปริยัติที่เรียน อย่างนี้ว่า
ท่านกล่าวทีฆนิกายหรือ ? ท่านกล่าวมัชฌิมนิกายหรือ ?
สกุลและประเทศ พึงทราบด้วยอำนาจสกุลกษัตริย์เป็นต้น.
หลายบทว่า อาตฺรสฺส เปมํ วา โทโส วา มีความว่า ความรัก
หรือความชังในบุคคลนั้น พึงมีด้วยอำนาจแห่งเหตุเหล่านั่นอย่างใดอย่างหนึ่ง.
สองบทว่า โน ปริสกปฺปิเยน มีความว่า ไม่พึงเป็นผู้เห็นแก่บริษัท
คือคล้อยตามบริษัท; อธิบายว่า สิ่งใดชอบใจบริษัท สิ่งนั้นแลไม่พึงจงใจ
คือหมายใจกล่าว.
สองบทว่า น หตฺถมุทฺธา ทสฺเสตพฺพา มีความว่า ไม่พึงทำวิการ
แห่งมือ เพื่อหมายรู้ในข้อที่ควรกล่าวและไม่ควรกล่าว.
สองบทว่า อตฺถํ อนฺวิธิยนฺเตน มีความว่า พึงคอยกำหนดให้รู้
ตลอดซึ่งกาลวินิจฉัยเท่านั้น คือ พึงนั่งพิจารณาโดยรอบคอบอย่างนี้ สูตรนี้
อ้างได้ เราจักกล่าวสูตรนี้ ในวินิจฉัยนี้.
หลายบทว่า น จ อาสนา วุฏฺาตพฺพํ มีความว่า ไม่พึงลุกจาก
ที่นั่งเที่ยวไปในบริเวณที่ชุมนุม. เพราะว่า เมื่อพระวินัยธรลุก บริษัททั้งปวง
ย่อมลุก.