Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 10 หน้าที่ 697

เล่ม มมร. 10 หน้า 697 ข้อ 1086
ในคำว่า ธมฺเมสุ จ ปุคฺคเลสุ จ นี้ ภิกษุใด เป็นผู้หนักใน ธรรม มิได้เป็นผู้หนักในบุคคล, ภิกษุนี้แล พึงทราบว่า ผู้วางตนเป็นกลาง ทั้งในธรรมทั้งในบุคคล. [ว่าด้วยประโยชน์แห่งสูตรเป็นอาทิ] วินิจฉัยในคำว่า สุตฺตํ สํสนฺทนตฺถาย เป็นต้น พึงทราบดังนี้:- ก็แต่ว่า ภิกษุผู้ว่าอรรถคดี ซึ่งเป็นที่รักที่ชอบใจที่เคารพและที่นับถือ ของเพื่อนพรหมจารีอย่างนี้นั้น พึงทราบว่า ในบรรดาสูตรเป็นต้น ที่อ้างมา สูตรเพื่อประโยชน์แก่การเทียบเคียง คือเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนอาบัติ และอนาบัติ. สองบทว่า โอปมฺมํ นิทสฺสนตฺถาย มีความว่า ข้ออุปมาเพื่อ ประโยชน์แก่การชี้เนื้อความ. สองบทว่า อตฺโถ วิญฺาปนตฺถาย มีความว่า เนื้อความเพื่อ ประโยชน์แก่การที่จะให้เข้าใจ. สองบทว่า ปฏิปุจฉา ปนตฺถาย มีความว่า การย้อนถามเพื่อ ประโยชน์แก่ความมั่นคงของบุคคล. สองบทว่า โอกาสกมฺมํ โจทนตฺถาย มีความว่า (การขอโอกาส) เพื่อประโยชน์แก่การโจทด้วยวัตถุหรือด้วยอาบัติ. สองบทว่า โจทนา สารณตฺถาย มีความว่า (การโจท) เพื่อ ประโยชน์แก่การที่จะให้จำเลยระลึกถึงโทษน้อยใหญ่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka