Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 10 หน้าที่ 794

เล่ม มมร. 10 หน้า 794 ข้อ 1184
ดูก่อนอุบาลี ถ้าภิกษุไม่ใช่เป็นผู้จำปาติโมกข์ทั้งสอง โดยพิสดาร สวดไพเราะ คล่องแคล่วดี วินิจฉัยเรียบร้อย โดยสุตตะ โดยอนุพยัญชนะ ไม่ได้ มีผู้ถามว่า ท่าน สิกขาบทนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ที่ไหน เธอถูกถาม ดังนี้ ย่อมตอบไม่ถูกต้อง จะมีผู้ว่ากล่าวต่อเธอว่า เชิญท่านเล่าเรียนวินัยก่อน จะมีคนว่ากล่าวต่อเธอดังนี้ ดูก่อนอุบาลี ภิกษุโจทก์ประสงค์โจทผู้อื่น พึงกำหนดธรรม ๕ อย่างนี้ ไว้ในตน แล้วโจทผู้อื่นเถิด. หน้าที่ของโจทก์อีกนัยหนึ่ง [๑,๑๘๔] อุ. ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงตั้งธรรมเท่าไร ไว้ในตนแล้วโจทผู้อื่น พระพุทธเจ้าข้า พ. ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงตั้งธรรม ๕ อย่างไว้ในตนแล้วโจทผู้อื่น ธรรม ๕ อย่างอะไรบ้าง คือ:- ๑. เราจักพูดโดยกาลอันควร จักไม่พูดโดยกาลไม่ควร ๒. เราจักพูดด้วยคำจริง จักไม่พูดด้วยคำเท็จ ๓. เราจักพูดด้วยคำสุภาพ จักไม่พูดด้วยคำหยาบ ๔. เราจักพูดด้วยคำประกอบด้วยประโยชน์ จักไม่พูดด้วยคำไม่ประ- กอบด้วยประโยชน์ ๕. เราจักมีเมตตาจิตพูด จักไม่มุ่งร้ายพูด ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้โจทก์ประสงค์จะโจทผู้อื่น พึงตั้งธรรม ๕ อย่าง นี้ไว้ในตนแล้วโจทผู้อื่นเถิด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka