Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 10 หน้าที่ 866

เล่ม มมร. 10 หน้า 866 ข้อ 1229
หลายบทว่า น อาปตฺติยา วินิจฺฉยกุสโล โหติ ได้แก่ ไม่รู้ ว่า อาบัตินี้ มีในวัตถุนี้ คือ ไม่อาจเพื่อยกอาบัติขึ้นยืนยันตามสมควรแก่โทษ. สองบทว่า อธิกรณสมุฏฺานํ น ชานาติ ได้แก่ ไม่รู้ว่า อธิกรณ์นี้ อาศัยเภทกรวัตถุ ๑๘ ตั้งขึ้น, อธิกรณ์นี้ อาศัยวิบัติ ๔ ตั้งขึ้น, อธิกรณ์นี้ อาศัยกองอาบัติ ๕ หรือ ๗ ตั้งขึ้น, อธิกรณ์นี้ อาศัยสังฆกิจ ๔ อย่างตั้งขึ้น. สองบทว่า ปโยคํ น ชานาติ ได้แก่ ไม่รู้ว่า อธิกรณ์นี้ มี ประโยคเป็นต้นเค้า ๑๒ อธิกรณ์นี้ มีประโยคเป็นต้นเค้า ๑๔, อธิกรณ์นี้ มี ประโยคเป็นต้นเค้า ๖, อธิกรณ์นี้ ประโยคเป็นต้นเค้า ๑. อธิบายว่า จริงอยู่ ต้นเค้าตามที่เป็นของตนนั่นเองแห่งอธิกรณ์ทั้งหลาย จัดเป็นประโยค, ไม่รู้จัก ประโยคแม้ทั้งปวงนั้น. สองบทว่า วูปสมํ น ชานาติ ได้แก่ ไม่รู้ว่า อธิกรณ์นี้ ระงับ ด้วยสมถะ ๒, อธิกรณ์นี้ ระงับด้วยสมถะ ๔, อธิกรณ์นี้ ระงับด้วยสมถะ ๓ อธิกรณ์นี้ ระงับด้วยสมถะ ๑. หลายบทว่า น อธิกรณสฺส วินิจฺฉยกุสโล โหติ ได้แก่ ไม่ รู้เพื่อวินิจฉัยอธิกรณ์ให้ถึงความระงับ. สองบทว่า กมฺมํ น ชานาติ ได้แก่ ไม่รู้จักกรรม ๗ อย่าง มี ตัชชนียกรรมเป็นต้น. หลายบทว่า กมฺมสฺส กรณํ น ชานาติ ได้แก่ ไม่รู้ว่า กรรม นี้ ควรทำโดยอุบายนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka