Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 11 หน้าที่ 232

เล่ม มมร. 11 หน้า 232 ข้อ 90
หรือ ๓ ชั้น. บทว่า ปจฺจญฺชนํ ได้แก่ปรุงยาเย็นระงับ. บทว่า สาลากิยํ ได้แก่เครื่องมือของจักษุแพทย์ บทว่า สลฺลกตฺติยํ ได้แก่เครื่องมือของศัลยแพทย์. กิจกรรมของแพทย์รักษาโรคเด็ก เรียกว่า กุมารเวชกรรม. ด้วยคำว่า มูลเภสชฺชานํ อนุปฺปทานํ (ใส่ยา) นี้ พระผู้มี พระภาคเจ้าทรงแสดงถึงกายบำบัด. บทว่า โอสธีนํ ปฏิโมกฺโข ได้แก่ใส่ด่างเป็นต้น เมื่อแผลได้ที่ ควรแก่ด่างเป็นต้นนั้น ก็เอาต่างเป็นต้นนั้นออกไป. จบมหาศีลเพียงเท่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้น ทรงพรรณนาศีล ๓ ประการโดยพิสดาร โดยอนุสนธิ แห่งคำสรรเสริญที่พรหมทัตมาณพกล่าว ด้วยประการฉะนี้ แล้ว บัดนี้ ทรงเริ่มประกาศความว่างเปล่าโดยนัยมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ยังมีธรรมอื่น ๆ ที่ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก ดังนี้ โดยอนุสนธิแห่งคำสรรเสริญที่ภิกษุสงฆ์กล่าว. คำว่า ธรรม ในพระบาลีนั้น ความว่า ธรรมศัพท์ เป็นไปใน อรรถทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ คือ คุณธรรม เทศนาธรรม ปริยัติธรรม นิสัตตธรรม. จริงอยู่ ธรรมศัพท์เป็นไปในคุณธรรม เช่นในประโยคมีอาทิว่า ธรรมแลอธรรมทั้ง ๒ หามีผลเสมอกันไม่ อธรรม นำสัตว์ไปนรก ธรรมให้สัตว์ถึงสุคติ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka