Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 11 หน้าที่ 406

เล่ม มมร. 11 หน้า 406 ข้อ 140
บทว่า เกวลํ ในบทว่า เกวลปริปุณฺณํ นี้เป็นคำเรียกความสิ้นเชิง. บทว่า ปริปุณฺณํ เป็นคำเรียกความไม่ขาดไม่เกิน. อธิบายว่า ทรง แสดงบริบูรณ์ทั้งสิ้นทีเดียว แม้เทศนาส่วนหนึ่งที่ไม่บริบูรณ์ก็ไม่มี. บัณฑิตพึงทราบว่า บริบูรณ์สิ้นเชิง เพราะไม่มีคำที่จะพึงเพิ่มเข้า และตัดออก. บทว่า ปริสุทฺธํ ได้แก่ไม่มีความเศร้าหมอง. ก็ผู้ใดแสดงธรรมด้วยคิดว่า เราจักได้ลาภหรือสักการะเพราะอาศัย ธรรมเทศนาน เทศนาของผู้นั้นย่อมไม่บริสุทธิ์. แต่พระผู้มีพระภาคเจ้า มิได้ทรงเพ่งโลกามิส มีพระหทัยอ่อนโยนด้วยเมตตาภาวนาซึ่งแผ่ประโยชน์ ทรงแสดงด้วยจิตที่ดำรงอยู่โดยสภาพคือการยกระดับให้สูงขึ้น. ฉะนั้น ท่าน จึงกล่าวว่าทรงแสดงธรรมบริสุทธิ์. ก็ในคำว่า พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ นี้ ศัพท์ว่า พฺรหฺมจริย นี้ ปรากฏ ในอรรถเหล่านี้ คือ ทาน เวยยาวัจจะ ศีลสิกขาบท ๕ อัปปมัญญา เมถุนวิรัติ สทารสันโดษ วิริยะ องค์อุโบสถ อริยมรรค ศาสนา. จริงอยู่ ทาน ท่านกล่าวว่า พรหมจรรย์ ในปุณณกชาดกนี้ว่า ก็อะไรเป็นพรต อะไรเป็นพรหมจรรย์ของท่าน นี้เป็น วิบากของกรรมอะไรที่สั่งสมดีแล้ว ความสำเร็จ ความรุ่งเรื่อง กำลัง การเข้าถึงความเพียร และ วิมานใหญ่ของท่านนี้ เป็นผลแห่งกรรมอะไร ท่านผู้ ประเสริฐ ข้าพเจ้าและภริยาทั้ง ๒ เมื่ออยู่ในมนุษย- โลก ได้เป็นผู้มีศรัทธา เป็นทานบดี เรื่องของเรา ในกาลนั้นได้เป็นโรงดื่ม และสมณพราหมณ์ทั้งหลาย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka