Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 11 หน้าที่ 471

เล่ม มมร. 11 หน้า 471 ข้อ 140
อุปมาในข้อนี้ ด้วยประการฉะนี้. ก็วิธีนิรมิตในเรื่องนี้และกถาว่าด้วยอภิญญา ๕ มีอิทธิวิธีเป็นต้น แต่ที่อื่นกล่าวไว้พิสดารในวิสุทธิมรรคโดยอาการทั้งปวง ฉะนั้น พึงทราบ ตามนัยที่กล่าวแล้วในที่นั้นเถิด. ด้วยว่า เพียงอุปมาเท่านั้นก็เกินไปในที่นี้ . ในพระบาลีนั้น ภิกษุผู้ได้อิทธิวิธญาณ พึงเห็นเหมือนช่างหม้อผู้ ฉลาดเป็นต้น. อิทธิวิธญาณ พึงเห็นเหมือนดินเหนียวที่นวดไว้อย่างดี. การแสดงฤทธิ์ได้ต่าง ๆ ของภิกษุนั้น พึงเห็นเหมือนการทำภาชนะชนิด ต่าง ๆ ที่ปรารถนาแล้ว ๆ. อุปมาทิพโสตธาตุ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ เพราะทางไกลที่กันดาร ย่อมเป็นที่รังเกียจ มีภัยเฉพาะหน้า ผู้ที่ ไม่ไว้ใจระแวงในทางนั้น ไม่อาจกำหนดได้ว่า นี้เสียงกลอง นี้เสียงตะโพน ฉะนั้น เมื่อจะแสดงทางที่ปลอดภัย จึงกล่าวว่าผู้เดินทางไกล โดยไม่ใช้ ศัพท์ว่ากันดาร. ก็ทางที่ปลอดภัย คนเอาผ้าคลุมศีรษะค่อย ๆ เดินไป ย่อมกำหนด เสียงต่าง ๆ ดังกล่าวแล้วได้สบาย พึงทราบว่า เวลาที่เสียงทิพย์และเสียง มนุษย์ทั้งไกลและใกล้ปรากฏแก่พระโยคี เหมือนเวลาที่เสียงนั้น ๆ ปรากฏ ด้วยอำนาจการกำหนดเสียงได้อย่างสบายนั้น. อุปมาเจโตปริยญาณ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ บทว่า ทหโร แปลว่า หนุ่ม. บทว่า ยุวา ได้แก่ประกอบด้วยความเป็นหนุ่ม. บทว่า มณฺฑนฺชาติโก ความว่า แม้เป็นคนหนุ่มก็ไม่เกียจคร้าน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka