แล้วในวิสุทธิมรรค. บทว่า เมื่อพระโพธิสัตว์นั้นทรงพิจารณาเห็นความเกิด
และความเสื่อมในอุปาทานขันธ์ ๕ อยู่ ความว่า เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์นั้น
พิจารณาเห็นความเกิดและความเสื่อมด้วยสามารถลักษณะ ๕๐ ถ้วน ในอุปา-
ทานขันธ์ ๕ มีรูปเป็นต้นเหล่านี้อยู่ เมื่อวิปัสสนาญาณเจริญแล้วตามลำดับ
จิตไม่ยึดมั่นเพราะไม่เกิด ย่อมพ้นจากกิเลสทั้งหลายกล่าวคือ อาสวะดับสนิท
ด้วยอนุปาทนิโรธ. จิตนั้นชื่อว่าย่อมพ้นในขณะมรรค ชื่อว่าพ้นแล้วในขณะผล
หรือว่าพ้นแล้วและจะพ้นในขณะมรรค เป็นอันพ้นแล้วในขณะผลนั่นเอง.
ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล พระมหาบุรุษทรงพ้นแล้วจากเครื่องผูกมัดทั้งปวง มีพระ-
สันดานเบิกบานดุจประทุมต้องแสงอาทิตย์ฉะนั้น มีพระดำริบริบูรณ์ประทับนั่ง
ณ โพธิบัลลังก์ ทรงกระทำมรรคญาณ ๔ ผลญาณ ๔ ปฏิสัมภิทา ๔ ญาณ
กำหนดกำเนิด ๔ ญาณกำหนด ๕ อสาธารณญาณ ๖ และพระพุทธคุณ
ทั้งมวลให้อยู่ในเงื้อมพระหัตถ์. ทรงกระทำไว้ในพระทัยอย่างนี้ว่า
เราแล่นไปสิ้นสงสารหลายชาติ แสวงหา
ช่างทำเรือนไม่พบ การเกิดบ่อย ๆ เป็นทุกข์
ดูก่อนช่างทำเรือน เราพบท่านแล้ว ท่าน
จะไม่ทำเรือนอีก เราหักซี่โครงของท่านหมดแล้ว
เรารื้อเรือนยอดเสียแล้ว จิตของเราไม่ได้
ปรุงแต่งแล้ว เราได้บรรลุความสิ้นตัณหาแล้ว
ไม่มีคติเพื่อประกาศแก่ผู้ที่พ้นโดยชอบ
ผู้ข้ามโอฆะอันผูกมัดด้วยกาม ผู้บรรลุ
สุขอันไม่หวั่นไหว เหมือนอันใคร ๆ ไม่รู้
คติของผู้ทำลายท่อนเหล็กอันรุ่งเรือง
ด้วยพระเวท เป็นผู้สงบโดยลำดับฉะนั้น