Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 14 หน้าที่ 272

เล่ม มมร. 14 หน้า 272 ข้อ 300
จิตนี้สะดุ้งอยู่เป็นนิตย์ จิตใจนี้หวาด อยู่เป็นนิตย์ ทั้งในกิจที่ยังไม่เกิด ทั้งในกิจ ที่เกิดแล้ว ถ้าหากว่าความไม่หวาดสะดุ้ง มีอยู่ ขอพระองค์ที่ถูกทูลถามแล้ว โปรด บอกความไม่หวาดสะดุ้งนั้น แก่ข้าพระ- องค์ด้วยเถิด. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค- เจ้า จึงได้ตรัสบอก สุพรหมเทพบุตร (ในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค) ว่า นาญฺตฺร โพชฺฌา ตปสา นาญฺตฺร อินฺทฺริยสํวรา นาญฺญตฺร สพฺพปฏินิสฺสคฺคา โสตฺถึ ปสฺสามิ ปาณินํ นอกจากปัญญาเครื่องรู้ ตปะเครื่อง เผาความชั่ว นอกจากความสำรวมอินทรีย์ นอกจากความสละคืนทุกสิ่งทุกอย่าง เราก็ มองไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย ดังนี้. ในที่สุดเทศนา สุพรหมเทพบุตรก็ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล พร้อมด้วย นางเทพอัปสรห้าร้อยทำสมบัตินั้นให้ถาวรแล้วกลับไปยังเทวโลก. มรรคนี้อันบุคคลเจริญแล้ว บัณฑิตพึงทราบว่า ย่อมเป็นไปเพื่อดับ โทมนัส เหมือนอย่างโทมนัสของท้าวสักกะ เป็นต้น ดังกล่าวมานี้. มรรคมีองค์ ๘ ที่เป็นอริยะ เรียกว่า ญายธรรม ในข้อที่ว่า าย- สฺส อธิคมาย เพื่อบรรลุญายธรรม ท่านอธิบายว่า เพื่อบรรลุ คือเพื่อถึง ญายธรรมนั้น. จริงอยู่ มรรค คือสติปัฏฐานที่เป็น โลกิยะเบื้องต้นนี้ อัน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka