อุปมา. ท่านพระยา เรื่องเคยมีมาแล้ว นักเลงสะกาสองคนเล่นการพนันสะกา
กัน นักเลงสะกาคนหนึ่ง กลืนเบี้ยแพ้ที่ทอดมาแล้วมาอีกเสีย. นักเลงสะกาคน
ที่สอง เห็นดังนั้น จึงกล่าวกะนักเลงสะกาคนที่หนึ่งว่า เพื่อน เจ้าชนะข้างเดียว
โปรดให้ลูกสะกาแก่ข้าเถิด ข้าจักเซ่นบูชา. นักเลงสะกาคนที่สองก็รับคำว่า ได้
ซิเพื่อน แล้วมอบลูกสะกาให้เพื่อนนักเลงสะกาคนที่หนึ่งไป. นักเลงสะกา
คนหนึ่งก็เอายาพิษอาบลูกสะกา แล้วพูดชวนว่า มาซิ เพื่อน มาเล่นพนันสะกา
กัน. นักเลงสะกาคนที่สองก็รับคำว่า ได้ซิเพื่อน. เพื่อนนักเลงสะกาทั้งสอง
ก็เล่นพนันสะกากันเป็นหนที่สอง. แม้ในหนที่สอง นักเลงสะกาคนที่สองก็กลืน
เบี้ยแพ้ที่ทอดมาแล้วมาเล่าอีก. เพื่อนนักเลงสะกาคนที่หนึ่งเห็นดั่งนั้น จึงกล่าว
กะเพื่อนนั้นว่า
[๓๒๔] ลิตฺตํ ปรเมน เตชสา
คิลมกฺขํ ปุริโส น พุชฺฌติ
คิลเร ปาปธุตฺตา กปณา
เต กฏุกํ ภวิสฺสติ.
บุรุษกลืนกินลูกสะกา ซึ่งอาบด้วย
ยาพิษ มีฤทธิ์ร้ายแรงหารู้สึกตัวไม่ นักเลง
ชั่วผู้น่าสงสารกลืนกินยาพิษเข้าไป ความ
เร่าร้อนจักต้องม่แก่เจ้า ดังนี้.
[๓๒๕] ท่านพระยา ข้ออุปมานั้นฉันใด ข้ออุปมัยนี้ก็ฉันนั้น เหมือน
กัน ท่านพระยาน่าจะรู้ตัวว่า ท่านพระยาเปรียบเหมือนนักเลงสะกา ท่านพระยา
โปรดสละความเห็นชั่วนั้นเสียเถิด ท่านพระยาโปรดสละความเห็นชั่วนั้นเสียเถิด
ขอความเห็นชั่วนั้นอย่าได้มีแก่ท่านพระยา เพื่อสิ่งมิใช่ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อ
ความทุกข์ตลอดกาลนานเลย.