Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 16 หน้าที่ 186

เล่ม มมร. 16 หน้า 186 ข้อ 239
ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ก็ภาวนาปธานเป็นไฉน. ภิกษุในพระธรรม วินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยความสงัดอาศัยความคลาย กำหนัด อาศัยความดับ น้อมไปเพื่อความสละลง. ย่อมเจริญธัมมวิจย- สัมโพชฌงค์. ย่อมเจริญปีติสัมโพชฌงค์. ย่อมเจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์. ย่อมเจริญสมาธิสัมโพชฌงค์. ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัย ความสงัด อาศัยความคลายกำหนัด อาศัยความดับ อันน้อมไปเพื่อความ สละลงนี้เรียกว่า ภาวนาปธาน. ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ก็อนุรักขนาปธานเป็นไฉน ภิกษุในพระธรรม วินัยนี้ ย่อมตามรักษาสมาธินิมิต อันเจริญที่เกิดขึ้นแล้ว คือ อัฏฐิกสัญญา ปุฬวกสัญญา วินีลกสัญญา วิจฉิททกสัญญา อุทธุมาตกสัญญา นี้เรียกว่า อนุรักขนาปธาน. [๒๓๙] ญาณ ๔ ๑. ธัมมญาณ ความรู้ในธรรม ๒. อันวยญาณ ความรู้ในการคล้อยตาม ๓. ปริจเฉทญาณ ความรู้ในการกำหนด ๔. สัมมติญาณ ความรู้ในสมมติ. ญาณอีก ๔ ๑. ทุกขญาณ ความรู้ในทุกข์ ๒. ทุกขสมุทยญาณ ความรู้ในเหตุให้เกิดทุกข์ ๓. ทุกขนิโรธญาณ ความรู้ในการดับทุกข์ ๔. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาญาณ ความรู้ในการปฏิบัติให้ถึงความ ดับทุกข์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka