Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 292

<< | หน้าที่ 292 | >>
นรชนใดในโลกไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์

ไม่คบชู้กับภรรยาของผู้อื่น ไม่พูดเท็จ

และไม่หมกมุ่นในการดื่มสุราและเมรัย

นรชนนั้นละเวร ๕ ประการได้

เราเรียกว่า ‘ผู้มีศีล’

เขาผู้มีปัญญา ตายไปแล้วย่อมไปเกิดในสุคติ

เวรสูตรที่ ๔ จบ


๕. จัณฑาลสูตร


ว่าด้วยอุบาสกจัณฑาล


[๑๗๕] ภิกษุทั้งหลาย อุบาสกประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เป็นอุบาสก จัณฑาล เป็นอุบาสกเศร้าหมอง และเป็นอุบาสกน่ารังเกียจ

ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. เป็นผู้ไม่มีศรัทธา

๒. เป็นผู้ทุศีล

๓. เป็นผู้ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อมงคล ไม่เชื่อกรรม

๔. แสวงหาผู้รับทักษิณานอกศาสนานี้

๕. ทำอุปการะ นอกศาสนาก่อน

ภิกษุทั้งหลาย อุบาสกประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เป็นอุบาสกจัณฑาล เป็นอุบาสกเศร้าหมอง และเป็นอุบาสกน่ารังเกียจ

๑ อุบาสกน่ารังเกียจ ในที่นี้หมายถึงอุบาสกชั้นเลว (อุปาสกปัจฉิมกะ) (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๗๕/๖๗)
๒ ผู้ถือมงคลตื่นข่าว หมายถึงบุคคลผู้ประกอบด้วย (๑) ทิฏฐมงคล (เชื่อว่ารูปเป็นมงคล) (๒) สุตมงคล (เชื่อว่าเสียงเป็นมงคล) (๓) มุตมงคล (เชื่อว่ากลิ่น รส โผฏฐัพพะเป็นมงคล) กล่าวคือต่างก็มีความเชื่อที่ แตกต่างกันไปว่า “สิ่งนี้ ๆ เป็นมงคล อะไร ๆ จักสำเร็จได้ด้วยสิ่งนี้ ๆ” (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๗๕/๖๗)
๓ ทำอุปการะ ในที่นี้หมายถึงทำกิจที่เป็นกุศลมีการให้ทานเป็นต้น (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๗๕/๖๗)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka