Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 304

<< | หน้าที่ 304 | >>
คนพาลไม่รู้แจ้ง ไม่มีปัญญา ไม่ได้สดับรับฟัง

ย่อมให้ทานภายนอก ไม่เข้าไปหาสัตบุรุษ

ส่วนเหล่าชนผู้มีศรัทธาหยั่งลงตั้งมั่นในพระสุคต

ย่อมเข้าไปหาสัตบุรุษผู้มีปัญญา

ที่เขายกย่องกันว่าเป็นนักปราชญ์

ท่านเหล่านั้นผู้เป็นบัณฑิต ย่อมไปสู่เทวโลก

หรือไม่ก็เกิดในตระกูลดีในโลกนี้

และบรรลุนิพพานได้โดยลำดับ

คิหิสูตรที่ ๙ จบ


๑๐. ภเวสีสูตร


ว่าด้วยภเวสีอุบาสก


[๑๘๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาค เสด็จจาริกไปในแคว้นโกศล พร้อมด้วย ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ขณะที่เสด็จพระดำเนินไปตามหนทางไกล ได้ทอดพระเนตรเห็น ป่าสาละใหญ่ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง จึงทรงแวะลงจากทางเสด็จเข้าไปสู่ป่าสาละนั้น ครั้นเสด็จถึงแล้วจึงได้ทรงแสดงการแย้ม ณ สถานที่แห่งหนึ่ง

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์ได้คิดว่า “อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระผู้มีพระภาค ทรงแสดงอาการแย้ม พระตถาคตย่อมไม่ทรงแสดงอาการแย้มให้ปรากฏโดยไม่มีเหตุ” จึงได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ พระผู้มีพระภาคทรงแสดงอาการแย้ม พระตถาคตย่อมไม่ทรงแสดงอาการแย้มโดยไม่มีเหตุ”

๑ ไม่รู้แจ้ง ในที่นี้หมายถึงไม่รู้จักนาบุญ หรือเขตบุญ (องฺ.ติก.อ. ๒/๕๘/๑๖๑)
๒ ภายนอก ในที่นี้หมายถึงนอกพุทธศาสนา (องฺ.ติก.อ. ๒/๕๘/๑๖๑)
๓ แสดงอาการแย้ม หมายถึงการยิ้มน้อย ๆ เพียงเห็นไรฟัน (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๗๙/๖๙)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka