Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 420

<< | หน้าที่ 420 | >>
๓. ลาภานุตตริยะ (การได้อันยอดเยี่ยม)

๔. สิกขานุตตริยะ (การศึกษาอันยอดเยี่ยม)

๕. ปาริจริยานุตตริยะ (การบำรุงอันยอดเยี่ยม)

๖. อนุสสตานุตตริยะ (การระลึกอันยอดเยี่ยม)

ภิกษุทั้งหลาย อนุตตริยะ ๖ ประการนี้แล

อนุตตริยสูตรที่ ๘ จบ


๙. อนุสสติฏฐานสูตร


ว่าด้วยอนุสสติฏฐาน


[๙] ภิกษุทั้งหลาย อนุสสติฏฐาน ๖ ประการนี้

อนุสสติฏฐาน ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. พุทธานุสสติ (การระลึกถึงพระพุทธเจ้า)

๒. ธัมมานุสสติ (การระลึกถึงพระธรรม)

๑ การเห็นรูป เช่น เห็นพระทศพล และพระภิกษุสงฆ์ด้วยศรัทธาด้วยความรักที่ตั้งมั่น หรือเห็นอารมณ์ กัมมัฏฐานมีกสิณและอสุภนิมิตเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดความเจริญใจ จัดเป็นทัสสนานุตตริยะ ส่วนการเห็นสิ่งที่มีค่าอื่น ๆ มีช้างแก้ว ม้าแก้ว เป็นต้น หาใช่ทัสสนานุตตริยะไม่ การได้ฟังการพรรณาคุณพระรัตนตรัยด้วยศรัทธา ด้วยความรักที่ตั้งมั่น หรือการได้ฟังพระพุทธพจน์คือ พระไตรปิฎกจัดเป็น สวนานุตตริยะ ส่วนการฟังการพรรณนาคุณของบุคคอื่นหาใช่สวนานุตตริยะไม่ การได้อริยทรัพย์ ๗ อย่าง จัดเป็น ลาภานุตตริยะ ส่วนการได้แก้วมณีเป็นต้น หาใช่ลาภานุตตริยะไม่ การบำเพ็ญไตรสิกขา (สีล,สมาธิ,ปัญญา) จัดเป็น สิกขานุตตริยะ ส่วนการศึกษาศิลปะอย่างอื่น เช่น ศิลปะการฝึกช้าง หาใช่สิกขานุตตริยะไม่ การบำรุงพระรัตนตรัย จัดเป็น ปาริจริยานุตตริยะ ส่วนการบำรุงบุคคลอื่น หาใช่ปาริจริยานุตตริยะไม่ การระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยจัดเป็น อนุสสตานุตตริยะ ส่วนการระลึกถึงคุณบุคคลอื่น หาใช่อนุสสตา- นุตตริยะไม่ ดูรายละเอียดในฉักกนิบาตข้อ ๓๐
อนุตตริยะ ๖ ประการนี้ เป็นทั้งโลกิยะ และโลกุตตระ (องฺ.ฉกฺก.อ.๓/๘-๙/๙๖,องฺ.ฉกฺก.ฏีกา ๓/๘/๑๐๗)
๒ อนุสสติฏฐาน แปลว่า ‘ฐานคืออนุสสติ’ หมายถึงเหตุคืออนุสสติ กล่าวคือฌาน ๓ (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๒๕/ ๑๑๐,๒๙/๑๑๒)
อนุสสติ ที่เรียกว่า ‘ฐาน’ เพราะเป็นเหตุให้ได้รับประโยชน์เกื้อกูล และความสุขทั้งในภพนี้และภพหน้า เช่น พุทธานุสสติ (การระลึกถึงพระพุทธคุณ)ย่อมเป็นเหตุให้บรรลุคุณวิเศษ เพราะเมื่อบุคคลระลึกถึงพุทธ คุณอยู่ ปีติ(ความอิ่มใจ)ย่อมเกิด จากนั้นจึงพิจารณาปีติให้เห็นความสิ้นไปเสื่อมไปจนได้บรรลุ อรหัตตผล
อนุสสติฏฐานนี้ จัดเป็นอุปจารกัมมัฏฐาน แม้คฤหัสถ์ก็สามารถบำเพ็ญได้ (ขุ.ป.อ. ๑/๒๕/๑๓๗, องฺ.ฉกฺก.ฏีกา ๓/๙/๑๐๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka