Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 434

<< | หน้าที่ 434 | >>
ผู้ใดหมั่นประกอบธรรมที่เป็นเหตุให้เนิ่นช้า

ยินดีธรรมที่เป็นเหตุให้เนิ่นช้า ผู้เป็นเช่นกับเนื้อ

ผู้นั้นไม่ได้ชมนิพพานอันเป็นแดนเกษมจากโยคะอันยอดเยี่ยม

ส่วนผู้ใดละธรรมที่เป็นเหตุให้เนิ่นช้าได้แล้ว

ยินดีในบทคือธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้เนิ่นช้า

ผู้นั้นได้ชมนิพพานอันเป็นแดนเกษมจากโยคะอันยอดเยี่ยม

ภัททกสูตรที่ ๔ จบ


๕. อนุตัปปิยสูตร


ว่าด้วยการอยู่อย่างมีกาลกิริยาที่เดือดร้อน


[๑๕] ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรได้เรียกภิกษุทั้งหลายมากล่าวว่า ผู้มีอายุ ทั้งหลาย ภิกษุสำเร็จการอยู่อย่างมีกาลกิริยาที่เดือดร้อน

ภิกษุสำเร็จการอยู่อย่างมีกาลกิริยาที่เดือดร้อน เป็นอย่างไร

คือ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้

๑. เป็นผู้ชอบการงาน ยินดีในการงาน หมั่นประกอบความเป็นผู้ชอบ การงาน

๒. เป็นผู้ชอบการพูดคุย ...

๓. เป็นผู้ชอบการนอนหลับ ...

๔. เป็นผู้ชอบการคลุกคลีด้วยหมู่ ...

๕. เป็นผู้ชอบการคลุกคลีกับคฤหัสถ์ ...

๖. เป็นผู้ชอบธรรมที่เป็นเหตุให้เนิ่นช้า ยินดีธรรมที่เป็นเหตุให้เนิ่นช้า หมั่นประกอบความเป็นผู้ชอบธรรมที่เป็นเหตุให้เนิ่นช้า

ภิกษุสำเร็จการอยู่อย่างมีกาลกิริยาที่เดือดร้อน เป็นอย่างนี้แล

ภิกษุนี้เรียกว่า ผู้ยินดีในสักกายะ ไม่ละสักกายะเพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบ

ผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุสำเร็จการอยู่อย่างมีกาลกิริยาที่ไม่เดือดร้อน


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka