Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 560

<< | หน้าที่ 560 | >>
ผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน รู้ชัดว่า “ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’

ท่านพระจิตตหัตถิสารีบุตร ได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย

หัตถิสารีปุตตสูตรที่ ๖ จบ


๗. มัชเฌสูตร


ว่าด้วยส่วนท่ามกลาง


[๖๑] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตกรุง พาราณสี สมัยนั้นแล เมื่อภิกษุเถระจำนวนมากกลับจากบิณฑบาต ภายหลังฉัน อาหารเสร็จแล้ว นั่งประชุมกันที่โรงฉัน ได้สนทนากันขึ้นในระหว่างว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ในติสสเมตเตยยปัญหานิทเทส ปารายนวรรคว่า

ผู้ใดรู้ชัดซึ่งส่วนสุดทั้ง ๒ ด้านแล้ว

ไม่ยึดติดในท่ามกลางด้วยมันตา

เราเรียกผู้นั้นว่า เป็นมหาบุรุษ

ผู้นั้นชื่อว่าล่วงพ้นเครื่องร้อยรัด ในโลกนี้ได้

เมื่อภิกษุทั้งหลายถามกันอย่างนี้ว่า “ผู้มีอายุทั้งหลาย ส่วนสุดด้านหนึ่ง คือ อะไร ส่วนสุดอีกด้านหนึ่ง คืออะไร ท่ามกลาง คืออะไร เครื่องร้อยรัด คืออะไร”

๑ ดู ขุ.สุ. ๒๕/๑๐๔๗/๕๓๒,๑๐๔๙/๕๓๓, ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๙/๗๓,๑๑/๗๙
๒ มันตา หมายถึงปัญญา ได้แก่ ความรู้ทั่ว กิริยาที่รู้ชัด ความไม่หลงงมงาย (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๖๑/๑๔๕) และดู ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๙/๗๓,๑๑/๗๙ ประกอบ
๓ เครื่องร้อยรัด ในที่นี้หมายถึงตัณหา (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๖๑/๑๔๕) และดู ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๑/๘๒ ประกอบ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka