๓. อธิปัญญาสิกขา (สิกขาคือปัญญาอันยิ่ง)
นี้คือสิกขา ๓ ประการที่ภิกษุควรศึกษา
ภิกษุทั้งหลาย เพราะภิกษุละภพ ๓ ประการนี้ได้ และศึกษาสิกขา ๓ ประการ นี้ได้ เราจึงเรียกภิกษุนี้ว่า ‘ตัดตัณหาได้แล้ว ถอนสังโยชน์ได้แล้ว ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ แล้วเพราะละมานะได้โดยชอบ
๑’
ภวสูตรที่ ๑๐ จบ
๑๑. ตัณหาสูตร
ว่าด้วยตัณหาและมานะ
[๑๐๖] ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรละตัณหา ๓ ประการ และควรละมานะ ๓ ประการ
ตัณหา
๒ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. กามตัณหา (ความทะยานอยากในกามธาตุ)
๒. รูปตัณหา (ความทะยานอยากในรูปธาตุ)
๓. อรูปตัณหา (ความทะยานอยากในอรูปธาตุ)
นี้คือตัณหา ๓ ประการที่ภิกษุควรละ
มานะ
๓ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. มานะ (ความถือตัวว่าเสมอเขา)
๒. โอมานะ (ความถือตัวว่าด้อยกว่าเขา)