Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 22 หน้าที่ 627

<< | หน้าที่ 627 | >>
๓. อธิปัญญาสิกขา (สิกขาคือปัญญาอันยิ่ง)

นี้คือสิกขา ๓ ประการที่ภิกษุควรศึกษา

ภิกษุทั้งหลาย เพราะภิกษุละภพ ๓ ประการนี้ได้ และศึกษาสิกขา ๓ ประการ นี้ได้ เราจึงเรียกภิกษุนี้ว่า ‘ตัดตัณหาได้แล้ว ถอนสังโยชน์ได้แล้ว ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ แล้วเพราะละมานะได้โดยชอบ

ภวสูตรที่ ๑๐ จบ


๑๑. ตัณหาสูตร


ว่าด้วยตัณหาและมานะ


[๑๐๖] ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรละตัณหา ๓ ประการ และควรละมานะ ๓ ประการ

ตัณหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. กามตัณหา (ความทะยานอยากในกามธาตุ)

๒. รูปตัณหา (ความทะยานอยากในรูปธาตุ)

๓. อรูปตัณหา (ความทะยานอยากในอรูปธาตุ)

นี้คือตัณหา ๓ ประการที่ภิกษุควรละ

มานะ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. มานะ (ความถือตัวว่าเสมอเขา)

๒. โอมานะ (ความถือตัวว่าด้อยกว่าเขา)

๑ หมายถึงตัดตัณหาได้เด็ดขาดด้วยโลกุตตรมรรค ถอนสังโยชน์ ๑๐ ประการได้ ทำให้วัฏฏทุกข์หยุดการ หมุนได้ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๗๗/๓๙๘) และดู องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๑๗๗/๒๕๘,๒๕๗/๓๘๗ ประกอบ
๒ ดู อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๑๗/๕๗๓
๓ ดู อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๘๗๘-๘๘๑/๕๕๗-๕๕๘

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka