Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 23 หน้าที่ 45

<< | หน้าที่ 45 | >>
๓. ไม่ศึกษาในอธิศีล

๔. ไม่มีความเลื่อมใสมากในภิกษุผู้เป็นเถระ ผู้เป็นนวกะ และผู้เป็นมัชฌิมะ

๕. ฟังธรรมอย่างคอยคิดโต้แย้งเพ่งโทษ

๖. แสวงหาผู้รับทักษิณานอกศาสนานี้

๗. ทำอุปการะนอกศาสนาก่อน

ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแก่อุบาสก

ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่อุบาสก

ธรรม ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. ไม่ละเลยการเยี่ยมเยียนภิกษุ

๒. ไม่ทอดทิ้งการฟังสัทธรรม

๓. ศึกษาในอธิศีล

๔. มีความเลื่อมใสมากในภิกษุผู้เป็นเถระ ผู้เป็นนวกะ และผู้เป็นมัชฌิมะ

๕. ฟังธรรมอย่างไม่คอยคิดโต้แย้งเพ่งโทษ

๖. ไม่แสวงหาผู้รับทักษิณานอกศาสนานี้

๗. ทำอุปการะในศาสนานี้ก่อน

ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่อุบาสก

พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดาได้ตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถา ประพันธ์ต่อไปอีกว่า

อุบาสกใดละเลยการเยี่ยมเยียนภิกษุผู้อบรมตน

ทอดทิ้งการฟังอริยธรรม ไม่ศึกษาในอธิศีล

๑ อธิศีล ในที่นี้หมายถึงศีล ๕ และศีล ๑๐ (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๒๙/๑๗๘)
๒ ผู้เป็นเถระ หมายถึงพระผู้มีระดับอายุ คุณธรรม ความรู้ที่นับว่าเป็นพระผู้ใหญ่คือมีพรรษาตั้งแต่ ๑๐ ขึ้น ไปและทรงจำพระปาติโมกข์ได้ ผู้เป็นนวกะ หมายถึงพระใหม่มีระดับอายุ คุณธรรม ความรู้ที่นับว่ายังใหม่มีพรรษาต่ำกว่า ๕ ที่ยังต้อง ถือนิสสัย ผู้เป็นมัชฌิมะ หมายถึงพระระดับกลางมีพรรษาตั้งแต่ครบ ๕ แต่ยังไม่ถึง ๑๐ (เทียบ วิ.อ. ๑/๔๕/๒๕๓)
๓ ทำอุปการะนอกศาสนาก่อน หมายถึงให้เครื่องไทยธรรมแก่เดียรถีย์ก่อนแล้วจึงถวายแก่ภิกษุในภายหลัง (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๒๙/๑๗๘) และดู องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๑๗๕/๒๙๒

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka