Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 23 หน้าที่ 59

<< | หน้าที่ 59 | >>
๕. รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า สัญญาปรากฏเกิดขึ้น ปรากฏตั้งอยู่ ปรากฏ ดับไป

๖. รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า วิตกปรากฏเกิดขึ้น ปรากฏตั้งอยู่ ปรากฏ ดับไป

๗. กำหนดดี มนสิการดี ทรงจำดี แทงตลอดดีด้วยปัญญาซึ่งนิมิตใน ธรรมที่เป็นสัปปายะและอสัปปายะ ที่เลวและประณีต ที่มีส่วนดำ และขาว

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๗ ประการนี้แล ไม่นานนัก ก็จะทำให้ แจ้งปฏิสัมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่

ปฐมปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๗ จบ


๘. ทุติยปฏิสัมภิทาสูตร


ว่าด้วยธรรมที่เป็นเหตุให้บรรลุปฏิสัมภิทา สูตรที่ ๒


{๓๖} [๓๙] ภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ จึงทำให้แจ้ง ปฏิสมภิทา ๔ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง เข้าถึงอยู่

ธรรม ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ

ในธรรมวินัยนี้ สารีบุตร

๑. รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘จิตของเรานี้หดหู่’

๒. รู้ชัดจิตท้อแท้ภายในตามความเป็นจริงว่า ‘จิตของเราท้อแท้ภายใน’

๓. รู้ชัดจิตฟุ้งซ่านไปภายนอกตามความเป็นจริงว่า ‘จิตของเราฟุ้งซ่าน ไปภายนอก’

๑ นิมิตในธรรมที่เป็นสัปปายะและอสัปปายะ หมายถึงเหตุในธรรมที่เป็นอุปการะและที่ไม่เป็นอุปการะ (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๓๘/๑๗๙)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka