Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 23 หน้าที่ 299

<< | หน้าที่ 299 | >>
ย่อมบูชาบรรพชิตผู้ไม่ครองเรือน

ผู้ไม่มีบาป ผู้ประพฤติพรหมจรรย์

สัตบุรุษผู้เกื้อกูลแก่พระราชา เกื้อกูลแก่เทวดา

เกื้อกูลแก่ญาติและสหายทั้งหลาย

ตั้งมั่นดีแล้วในสัทธรรม เป็นผู้เกื้อกูลแก่คนทั้งปวง

สัตบุรุษนั้นกำจัดมลทินคือความตระหนี่ได้แล้ว

ย่อมถึงโลกอันเกษม

สัปปุริสสูตรที่ ๘ จบ


๙. อภิสันทสูตร


ว่าด้วยห้วงบุญกุศล


{๑๒๙} [๓๙] ภิกษุทั้งหลาย ห้วงบุญกุศล ๘ ประการนี้ นำสุขมาให้ เป็นไปเพื่อ ให้ได้อารมณ์ดี มีสุขเป็นผล ให้เกิดในสวรรค์ เป็นไปเพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขที่น่า ปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ

ห้วงบุญกุศล ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. อริยสาวกในธรรมวินัยนี้เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ นี้เป็นห้วง บุญกุศลประการที่ ๑ นำสุขมาให้ เป็นไปเพื่อให้ได้อารมณ์ดี มีสุข เป็นผล ให้เกิดในสวรรค์ เป็นไปเพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ

๒. อริยสาวกเป็นผู้ถึงพระธรรมเป็นสรณะ นี้เป็นห้วงบุญกุศลประการ ที่ ๒ ฯลฯ

๓. อริยสาวกเป็นผู้ถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ นี้เป็นห้วงบุญกุศลประการ ที่ ๓ นำสุขมาให้ เป็นไปเพื่อให้ได้อารมณ์ดี มีสุขเป็นผล ให้เกิด ในสวรรค์ เป็นไปเพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ

๑ ห้วงบุญกุศล ในที่นี้หมายถึงผลแห่งบุญกุศล ซึ่งหลั่งไหลนำความสุขมาสู่ผู้บำเพ็ญอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๕๑/๓๔๘, องฺ.จตุกฺก.ฏีกา ๒/๕๑/๓๘๒)
๒ อารมณ์ดี ในที่นี้หมายถึงอารมณ์ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ (องฺ.จตุกฺก. อ. ๒/๕๑/๓๔๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka