๓. เป็นผู้ทรงจำปาติโมกข์ทั้งสองได้ดี จำแนกได้ดี ให้เป็นไปได้ดีโดย พิสดาร วินิจฉัยได้ดีโดยสูตร โดยอนุพยัญชนะ
๑ ๔. เป็นผู้มีวาจางาม เจรจาถ้อยคำไพเราะ ประกอบด้วยวาจาชาวเมือง ที่สละสลวย ไม่มีโทษ ให้รู้ความหมายได้
๕. เป็นผู้สามารถที่จะชี้แจงให้ภิกษุณีสงฆ์เห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอา ไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริง ด้วยธรรมีกถา
๖. เป็นที่รักเป็นที่ชอบใจของภิกษุณีโดยมาก
๗. เป็นผู้ไม่เคยประพฤติล่วงครุธรรม
๒ ในสตรีผู้นุ่งห่มผ้ากาสายะบวชอุทิศ พระผู้มีพระภาคพระองค์นี้
๘. มีพรรษา ๒๐ หรือเกิน ๒๐ อานนท์ ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล สงฆ์จึงควรสมมติให้เป็นผู้ สั่งสอนภิกษุณี”
โอวาทสูตรที่ ๒ จบ
๓. สังขิตตสูตร
ว่าด้วยลักษณะธรรมวินัยโดยย่อ ๓
{๑๔๓} [๕๓] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตกรุงเวสาลี ครั้งนั้นแล พระนางมหาปชาบดีโคตมีได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มี พระภาคดังนี้ว่า