Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 23 หน้าที่ 348

<< | หน้าที่ 348 | >>
จาคสัมปทา เป็นอย่างไร

คือ กุลบุตรในโลกนี้มีใจปราศจากความตระหนี่อันเป็นมลทิน มีจาคะอันสละแล้ว มีฝ่ามือชุ่ม ยินดีในการสละ ควรแก่การขอ ยินดีในการแจกทานอยู่ครองเรือน นี้เรียกว่า จาคสัมปทา

ปัญญาสัมปทา เป็นอย่างไร

คือ กุลบุตรในโลกนี้เป็นผู้มีปัญญา ฯลฯ ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ นี้เรียกว่า ปัญญาสัมปทา

พราหมณ์ ธรรม ๔ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อเกื้อกูลในภพหน้า เพื่อสุขใน ภพหน้าแก่กุลบุตร

คนขยันหมั่นเพียรในการงาน

ไม่ประมาท รู้วิธีการเลี้ยงชีวิตแต่พอเหมาะ

รักษาทรัพย์ที่หามาได้ เป็นผู้มีศรัทธา ถึงพร้อมด้วยศีล

รู้ความประสงค์ของผู้ขอ ปราศจากความตระหนี่

ชำระทางแห่งประโยชน์ที่มีในภพหน้าอยู่เป็นนิตย์

ที่พระพุทธเจ้าผู้มีพระนามว่าสัจจะตรัสธรรม ๘ ประการดังกล่าวมานี้

เพื่อผู้ครองเรือน ผู้มีศรัทธา

อันเป็นเหตุนำสุขมาให้ในโลกทั้ง ๒ คือ

ประโยชน์เกื้อกูลในภพนี้ และสุขในภพหน้า

จาคะ บุญ ย่อมเจริญยิ่งขึ้นแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้”

อุชชยสูตรที่ ๕ จบ


๑ ดูความเต็มในข้อ ๕๔ (ทีฆชาณุสูตร) หน้า ๓๔๔ ในวรรคเดียวกันนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka