Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 24 หน้าที่ 83

<< | หน้าที่ 83 | >>
๗. บัณเฑาะก์นั่งอยู่ในบริษัทนั้น

๘. กถาว่าด้วยบัณเฑาะก์ยังทำค้างอยู่

๙. ผู้ประทุษร้ายภิกษุณีนั่งอยู่ในบริษัทนั้น

๑๐. กถาว่าด้วยผู้ประทุษร้ายภิกษุณียังทำค้างอยู่

อุบาลี เหตุงดสวดปาติโมกข์ ๑๐ ประการนี้แล”

ปาติโมกขัฏฐปนาสูตรที่ ๒ จบ


๓. อุพพาหิกาสูตร


ว่าด้วยคุณสมบัติของภิกษุผู้รื้อฟื้นอธิกรณ์


{๓๓} [๓๓] ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุผู้ประกอบด้วย ธรรมเท่าไรหนอ สงฆ์พึงสมมติ ให้เป็นผู้รื้อฟื้นอธิกรณ์ได้”

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ สงฆ์พึงสมมติให้เป็นผู้รื้อฟื้นอธิกรณ์ ได้

ธรรม ๑๐ ประการ อะไรบ้าง คือ

ภิกษุในธรรมวินัยนี้

๑. เป็นผู้มีศีล สำรวมด้วยการสังวรในปาติโมกข์ เพียบพร้อมด้วยอาจาระ และโคจร มีปกติเห็นภัยในโทษแม้เล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย

๒. เป็นพหูสูต ทรงสุตะ สั่งสมสุตะ เป็นผู้ได้ฟังมากซึ่งธรรมที่มีความงาม ในเบื้องต้น มีความงามในท่ามกลาง และมีความงามในที่สุด ประกาศ

๑ สมมติ ในที่นี้หมายถึงการที่สงฆ์ประชุมกันตกลงมอบหมาย หรือแต่งตั้งภิกษุรูปใดรูปหนึ่งให้ทำกิจหรือเป็น เจ้าหน้าที่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
๒ อธิกรณ์ ในที่นี้หมายถึงเรื่องที่สงฆ์ต้องดำเนินการมี ๔ อย่าง คือ (๑) วิวาทาธิกรณ์ การเถียงกันเกี่ยวกับ พระธรรมวินัย (๒) อนุวาทาธิกรณ์ การโจทหรือกล่าวหากันด้วยอาบัติ (๓) อาปัตตาธิกรณ์ การต้อง อาบัติ การปรับอาบัติและการแก้ไขตัวเองให้พ้นจากอาบัติ (๔) กิจจาธิกรณ์ กิจธุระต่าง ๆ ที่สงฆ์จะต้องทำ เช่นให้อุปสมบท ให้ผ้ากฐิน เป็นต้น (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๕/๑๒, องฺ.ทสก.อ. ๓/๓๓/๓๔๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka