[๓๕๘-๔๐๕] ... ในรูปตัณหา ... ในสัททตัณหา ... ในคันธตัณหา ... ใน รสตัณหา ... ในโผฏฐัพพตัณหา ... ในธัมมตัณหา ... (๓๓๗-๓๘๔)
[๔๐๖-๔๕๓] ... ในรูปวิตก ... ในสัททวิตก ... ในคันธวิตก ... ในรสวิตก ... ใน โผฏฐัพพวิตก ... ในธัมมวิตก ... (๓๘๕-๔๓๒)
[๔๕๔-๕๐๑] ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๑๑ ประการก็ฉันนั้น เหมือนกัน เป็นผู้ไม่สามารถพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในรูปวิจาร
... ไม่สามารถพิจารณาเห็นความเป็นทุกข์ในรูปวิจาร
... ไม่สามารถพิจารณาเห็นความเป็นอนัตตาในรูปวิจาร
... ไม่สามารถพิจารณาเห็นความสิ้นไปในรูปวิจาร
... ไม่สามารถพิจารณาเห็นความเสื่อมไปในรูปวิจาร
... ไม่สามารถพิจารณาเห็นความคลายไปในรูปวิจาร
... ไม่สามารถพิจารณาเห็นความดับไปในรูปวิจาร
... ไม่สามารถพิจารณาเห็นความสละคืนในรูปวิจาร
... ในสัททวิจาร ... ในคันธวิจาร ... ในรสวิจาร ... ในโผฏฐัพพวิจาร ... ใน ธัมมวิจาร ... (๔๓๓-๔๘๐)
สามัญญวรรค จบ
๔. ราคเปยยาล
{๒๓๐} [๕๐๒] ภิกษุทั้งหลาย นายโคบาลประกอบด้วยองค์ ๑๑ ประการ เป็นผู้ สามารถเลี้ยงฝูงโคให้เจริญ ให้เพิ่มขึ้นได้
องค์ ๑๑ ประการ อะไรบ้าง คือ
นายโคบาลในโลกนี้
๑. รู้รูป ฯลฯ ฉันใด
ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๑๑ ประการก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นผู้สามารถ พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในจักษุ ฯลฯ พิจารณาเห็นความสละคืนในจักษุ