Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 16

<< | หน้าที่ 16 | >>
[๖] ในเปตวิสัย นั้น ไม่มีกสิกรรม (การทำไร่ไถนา)

ไม่มีโครักขกรรม (การเลี้ยงวัวไว้ขาย)

ไม่มีพาณิชกรรม (การค้าขาย) เช่นนั้น

การแลกเปลี่ยนซื้อขายด้วยเงิน ก็ไม่มี

ผู้ที่ตายไปเกิดเป็นเปรตในเปตวิสัยนั้น

ดำรงชีพด้วยผลทานที่พวกญาติอุทิศให้จากมนุษยโลกนี้

[๗] น้ำฝนที่ตกลงมาในที่ดอนย่อมไหลไปสู่ที่ลุ่ม ฉันใด

ทานที่ทายกอุทิศให้จากมนุษยโลกนี้

ย่อมสำเร็จผลแน่นอนแก่พวกเปรต ฉันนั้นเหมือนกัน

[๘] ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้เต็มเปี่ยม ฉันใด

ทานที่ทายกอุทิศให้จากมนุษยโลกนี้

ย่อมสำเร็จแก่เปรตทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน

[๙] กุลบุตรเมื่อระลึกถึงอุปการะ

ที่ญาติผู้ละไปแล้ว(เปรต)เคยทำไว้ในกาลก่อนว่า

‘ผู้นั้นได้ให้สิ่งนี้แก่เรา ได้ทำสิ่งนี้แก่เรา

ได้เป็นญาติ มิตร และสหายของเรา’

ก็ควรถวายทักษิณาทานอุทิศให้แก่ญาติผู้ละไปแล้ว

[๑๐] การร้องไห้ ความเศร้าโศก

หรือความร่ำไห้คร่ำครวญอย่างอื่นใด

ใคร ๆ ไม่ควรทำเลย เพราะการร้องไห้ เป็นต้นนั้น

ไม่เป็นประโยชน์แก่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว

ญาติทั้งหลายก็ยังคงสภาพอยู่อย่างนั้น

๑ เปตวิสัย หมายถึงภูมิหรือกำเนิดแห่งเปรต (ขุ.ขุ.อ. ๗/๑๘๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka