Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 33

<< | หน้าที่ 33 | >>
[๒๗] ท่านทั้งหลาย อย่าประกอบความประมาท

อย่าประกอบความเชยชมยินดีในกามเลย

เพราะผู้ไม่ประมาทแล้ว เพ่งพินิจอยู่

ย่อมได้รับความสุขอันไพบูลย์

๕. มหากัสสปเถรวัตถุ


เรื่องพระมหากัสสปเถระ


(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถา ดังนี้)

[๒๘] เมื่อใด บัณฑิตบรรเทาความประมาท ด้วยความไม่ประมาท

ขึ้นสู่ปัญญาดุจปราสาท ไม่เศร้าโศก

พิจารณาเห็นหมู่สัตว์ผู้มีความเศร้าโศก

เมื่อนั้น บัณฑิตผู้เป็นนักปราชญ์ ย่อมเห็นคนพาลได้

เหมือนคนที่ยืนอยู่บนภูเขาเห็นคนที่ภาคพื้นได้ ฉะนั้น

๖. เทวสหายกภิกขุวัตถุ


เรื่องภิกษุสองสหาย


(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุ ๒ รูป ดังนี้)

[๒๙] ผู้มีปัญญาดี เป็นผู้ไม่ประมาท ในเมื่อผู้อื่นประมาท

เป็นผู้ตื่นอยู่โดยมาก ในเมื่อผู้อื่นหลับ

ย่อมละทิ้งคนมีปัญญาทรามไปไกล

เหมือนม้าฝีเท้าจัดวิ่งละทิ้งม้าที่หมดแรงไว้ ฉะนั้น

๑ ความสุขอันไพบูลย์ หมายถึงนิพพาน (ขุ.ธ.อ. ๒/๘๕) และดู ๒ คาถานี้เทียบใน สํ.ส. (แปล) ๑๕/๓๖/๔๘
๒ ปัญญาดุจปราสาท ในที่นี้หมายถึงทิพพจักขุญาณอันบริสุทธิ์ (ขุ.ธ.อ. ๒/๘๗)
๓ ผู้มีปัญญาดี ในที่นี้หมายถึงพระขีณาสพผู้มีสติไพบูลย์ (ขุ.ธ.อ. ๒/๘๙)
๔ ตื่นอยู่โดยมาก หมายถึงมีสติเต็มที่ (ขุ.ธ.อ. ๒/๘๙)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka