Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 143

<< | หน้าที่ 143 | >>
[๓๕๒] ผู้ปราศจากตัณหา หมดความยึดมั่น

ฉลาดในนิรุตติบท

รู้หมวดหมู่และเบื้องต้นเบื้องปลายของอักษรทั้งหลาย

ผู้นั้นแลเรียกว่า ผู้มีร่างกายเป็นร่างกายสุดท้าย

ผู้มีปัญญามาก เป็นมหาบุรุษ

๙. อุปกาชีวกวัตถุ


เรื่องอาชีวกชื่ออุปกะ


(พระผู้มีพระภาคเมื่อแรกตรัสรู้ประทับนั่งที่ควงไม้โพธิ์ อาชีวกชื่ออุปกะเข้ามา ถามพระองค์ว่า บวชเพื่อใคร ใครเป็นศาสดา พระองค์จึงตรัสพระคาถา ดังนี้)

[๓๕๓] เราเป็นผู้ครอบงำธรรมทั้งปวง รู้ธรรมทั้งปวง

มิได้แปดเปื้อนในธรรมทั้งปวง ละธรรมทั้งปวงได้

หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหา

ตรัสรู้ยิ่งเองแล้วจะพึงกล่าวอ้างใครเล่า

๑ นิรุตติบท หมายถึงนิรุตติปฏิสัมภิทา รวมทั้งปฏิสัมภิทาที่เหลืออีก ๓ อย่าง (อัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา และปฏิภาณปฏิสัมภิทา) (ขุ.ธ.อ. ๘/๓๒)
๒ ธรรม หมายถึงธรรม ๓ ระดับ (กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ) (ขุ.ธ.อ. ๘/๓๔)
๓ ธรรม หมายถึงธรรม ๔ ระดับ (กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ โลกุตตรภูมิ) (ขุ.ธ.อ. ๘/๓๔)
๔ มิได้แปดเปื้อนในธรรมทั้งปวง หมายถึงไม่เปื้อนด้วยตัณหาและทิฏฐิในธรรม ๓ ระดับนั้น (ขุ.ธ.อ. ๘/๓๔)
๕ ละธรรมทั้งปวงได้ หมายถึงละธรรม ๓ ระดับ กล่าวคือละธรรมชั้นกามาวจร ชั้นรูปาวจร และชั้นอรูปาวจรได้ (ขุ.ธ.อ. ๘/๓๔)
๖ หมายถึงเมื่อรู้เองได้อย่างนี้แล้ว จะต้องอ้างใครเป็นอุปัชฌาย์ หรืออาจารย์อีกเล่า (ขุ.ธ.อ. ๘/๓๔) และดู วิ.ม. (แปล) ๔/๑๑/๑๑

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka