Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 153

<< | หน้าที่ 153 | >>
๒. สัมพหุลภิกขุวัตถุ


เรื่องภิกษุหลายรูป


(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุ ๓๐ รูป ดังนี้)

[๓๘๔] เมื่อใด พราหมณ์เป็นผู้ถึงฝั่งในธรรมทั้งสอง

เมื่อนั้น สังโยคะ ทั้งหมดของเขาผู้รู้อยู่

ย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้

๓. มารวัตถุ


เรื่องมาร


(พระผู้มีพระภาคเมื่อตรัสพระคาถานี้แก่มารผู้ถามเรื่องฝั่ง ดังนี้)

[๓๘๕] ผู้ใดไม่มีฝั่งนี้ ไม่มีฝั่งโน้น หรือไม่มีทั้งฝั่งนี้และฝั่งโน้น

เราเรียกผู้นั้นซึ่งปราศจากความกระวนกระวาย

ปลอดจากกิเลสแล้วว่า พราหมณ์

๑ ธรรมทั้งสอง หมายถึงสมถะ และวิปัสสนา (ขุ.ธ.อ. ๘/๙๓)
๒ สังโยคะ หมายถึงโยคะ(สภาวะอันประกอบสัตว์ไว้ในภพ) มี ๔ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา (ขุ.ธ.อ. ๘/๙๓) และดูความหมายของคำว่า “โยคะ” ใน ขุ.ธ.อ. ๒/๖๒, ขุ.ธ.อ. ๘/๑๐๙ ประกอบ
๓ ไม่มีฝั่งนี้ หมายถึงไม่มีความยึดถืออายตนะภายใน ๖ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ) ว่า “เรา” หรือ “ของเรา” (ขุ.ธ.อ. ๘/๑๐๖)
๔ ไม่มีฝั่งโน้น หมายถึงไม่มีความยึดถืออายตนะภายนอก ๖ (รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และ ธรรมารมณ์) ว่า “เรา” หรือ “ของเรา” (ขุ.ธ.อ. ๘/๙๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka