Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 229

<< | หน้าที่ 229 | >>
๑๐. โลกสูตร


ว่าด้วยสัตว์โลก


{๘๔} [๓๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเมื่อแรกตรัสรู้ ประทับอยู่ ณ ควงต้นโพธิพฤกษ์ ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เขตตำบลอุรุเวลา สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคประทับนั่งโดยบัลลังก์เดียว เสวยวิมุตติสุขอยู่เป็นเวลา ๗ วัน

ครั้นล่วงไป ๗ วัน พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากสมาธินั้นแล้ว ทรงตรวจดู สัตว์โลกด้วยพุทธจักษุ ได้ทอดพระเนตรเห็นหมู่สัตว์กำลังเดือดร้อน ด้วยความทุกข์ มากมาย และถูกความเร่าร้อนหลากหลายที่เกิดจาก ราคะบ้าง เกิดจากโทสะบ้าง เกิดจากโมหะบ้างรุมแผดเผาอยู่

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ ในเวลานั้นว่า

พุทธอุทาน


สัตว์โลกนี้เกิดความเร่าร้อน ถูกทุกขเวทนากระทบแล้ว

กล่าวทุกขเวทนาว่าเป็นของตน

เพราะสัตว์โลกนี้สำคัญสิ่งใดว่าเที่ยง สิ่งนั้นกลับเป็นอย่างอื่น

สัตว์โลกมีภาวะไม่มั่นคง ติดอยู่ในภพ

หมกมุ่นอยู่ในภพ เพลิดเพลินอยู่ในภพ

ภพที่สัตว์โลกเพลิดเพลินจัดเป็นภัย

ภัยที่สัตว์โลกกลัว จัดเป็นทุกข์

บุคคลต้องบำเพ็ญพรหมจรรย์ นี้เท่านั้น เพื่อละภพให้ได้

สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งกล่าวถึงความหลุดพ้นจากภพด้วย ภพ เราถือว่าสมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด หาได้หลุดพ้นจากภพทั้งปวงไม่

๑ พรหมจรรย์ ในที่นี้หมายถึงมัคคพรหมจรรย์ (ขุ.อุ.อ. ๓๐/๒๒๒,๔๒/๒๙๘)
๒ หมายถึงสมณะหรือพราหมณ์บางพวกถือว่า ความหลุดพ้นจากภพคือความบริสุทธิ์จากสังสารวัฏ จะมีได้ก็ ด้วยกามภพหรือรูปภพ (ขุ.อุ.อ. ๓๐/๒๒๓-๒๒๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka