Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 251

<< | หน้าที่ 251 | >>
พุทธอุทาน


บุคคลผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่โดยไม่เดือดร้อน

ในเวลาจวนจะตายก็ไม่เศร้าโศก

ชื่อว่าพบนิพพานแล้ว เป็นปราชญ์

แม้จะอยู่ท่ามกลางคนที่เศร้าโศก ก็ไม่เศร้าโศก

ภิกษุผู้ตัดภวตัณหา ได้เด็ดขาด

มีจิตสงบ มีชาติสงสาร สิ้นแล้ว

เธอย่อมไม่มีภพใหม่

อุปเสนสูตรที่ ๙ จบ


๑๐. สารีปุตตอุปสมสูตร


ว่าด้วยการระงับกิเลสของพระสารีบุตรเถระ


{๑๐๙} [๔๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น ท่านพระสารีบุตรนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง พิจารณาถึงการระงับกิเลสลงได้หมดสิ้นของตน อยู่ในที่ไม่ไกลจากพระผู้มีพระภาค

พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นท่านพระสารีบุตรผู้กำลังนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง พิจารณาถึงการระงับกิเลสได้หมดสิ้นของตนอยู่

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ ในเวลานั้นว่า

๑ ภวตัณหา หมายถึงความกำหนัดแห่งจิตที่สหรคตด้วยภวทิฏฐิ (อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๑๖/๕๗๓)
๒ ชาติสงสาร ในที่นี้หมายถึงความเกิด (ขุ.อุ.อ. ๓๙/๒๘๙)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka