Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 342

<< | หน้าที่ 342 | >>
มัลลบุตรก็ลุกจากอาสนะ ถวายอภิวาท ทำประทักษิณแล้ว เหาะขึ้นไปในอากาศ นั่งขัดสมาธิ เข้าเตโชกสิณสมาบัติ อยู่กลางอากาศ ออกจากสมาบัติแล้วจึงปรินิพพาน

ขณะที่ท่านพระทัพพมัลลบุตรเหาะขึ้นไปในอากาศ นั่งขัดสมาธิ เข้าเตโชกสิณสมาบัติอยู่กลางอากาศ ออกจากสมาบัติแล้วปรินิพพาน สรีระของท่านถูกไฟเผาไหม้อยู่นั้น ไม่ปรากฏว่ามีเถ้าและเขม่าควันเลย มีอุปมาเหมือนเนยใสหรือน้ำมัน ที่ถูกไฟเผาไหม้ ไม่ปรากฏว่ามีเถ้าและเขม่าควัน

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ ในเวลานั้นว่า

พุทธอุทาน


ร่างกายได้แตกดับไปแล้ว

เวทนาทั้งหมดดับสนิทแล้ว

สัญญาก็ดับลง สังขารทั้งหลายก็สงบระงับ

วิญญาณก็ถึงความดับสูญ

ปฐมทัพพสูตรที่ ๙ จบ


๑๐. ทุติยทัพพสูตร


ว่าด้วยพระทัพพมัลลบุตร สูตรที่ ๒


{๑๗๘} [๘๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมารับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มี พระภาคจึงตรัสดังนี้ว่า

๑ เข้าเตโชกสิณสมาบัติ หมายถึงเข้าจตุตถฌานสมาบัติ มีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ (ขุ.อุ.อ. ๗๙/๔๖๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka