Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 398

<< | หน้าที่ 398 | >>
ผู้ที่ตื่นอยู่ มีสติสัมปชัญญะ มีจิตตั้งมั่น

เบิกบาน ผ่องใส พิจารณาธรรมโดยชอบตามกาลที่เหมาะสม

มีสมาธิเป็นธรรมผุดขึ้น พึงกำจัดความมืดได้

เพราะฉะนั้นแล ภิกษุควรประพฤติธรรมเป็นเหตุให้ตื่น

มีความเพียร มีปัญญารักษาตน มีปกติได้ฌาน

ตัดสังโยชน์ในชาติและชราได้แล้ว

ก็จะบรรลุสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในอัตภาพนี้แน่นอน

แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล

ชาคริยสูตรที่ ๑๐ จบ


๑๑. อาปายิกสูตร


ว่าด้วยคนผู้จะเกิดในอบาย


{๒๒๖} [๔๘] แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

“ภิกษุทั้งหลาย คน ๒ จำพวกนี้ จะเกิดในอบาย จะเกิดในนรก เพราะไม่ละ ความประพฤติชั่วนี้

คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่ไม่ประพฤติพรหมจรรย์ แต่ปฏิญญาว่า ประพฤติพรหมจรรย์

๒. คนที่ชอบโจทผู้ประพฤติพรหมจรรย์อย่างบริสุทธิ์ บริบูรณ์ ด้วย อพรหมจรรย์อันไม่มีมูล

๑ สมาธิเป็นธรรมผุดขึ้น หมายถึงสัมมัปปธานที่ให้สำเร็จกิจ ๔ (ขุ.อิติ.อ. ๔๗/๑๙๙)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka