Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 445

<< | หน้าที่ 445 | >>
สมาธิของภิกษุใด ผู้มีปกติอยู่ด้วยความไม่ประมาท

ย่อมหวั่นไหวด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ

(๑) ด้วยมีผู้สักการะ (๒) ด้วยไม่มีผู้สักการะ

ภิกษุนั้นผู้เข้าฌาน มีความเพียรต่อเนื่อง

พิจารณาเห็นด้วยปัญญาที่สุขุม

ยินดีในธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปาทาน

นักปราชญ์ทั้งหลายเรียกว่า สัตบุรุษ

แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล

สักการสูตรที่ ๒ จบ


๓. เทวสัททสูตร


ว่าด้วยการเปล่งเสียงของเทวดา


{๒๖๐} [๘๒] แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

“ภิกษุทั้งหลาย เทวดาอาศัยโอกาส ๓ โอกาส จึงเปล่งเสียงออกไปในหมู่เทวดา

โอกาส ๓ โอกาส อะไรบ้าง คือ

๑. โอกาสที่อริยสาวกปลงผม โกนหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ออก จากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เทวดาย่อมเปล่งเสียงออกไปในหมู่เทวดาว่า ‘อริยสาวกนี้ตั้งใจจะทำสงครามกับกิเลสมาร’ นี้เป็นเสียงของเทวดาข้อที่ ๑ ที่เปล่งออกไปเพราะอาศัยโอกาส

๑ ธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปาทาน หมายถึงอรหัตตผลอันเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปาทาน ๔ ประการ คือ (๑) กามุปาทาน (ความยึดมั่นในกาม) (๒) ทิฏฐุปาทาน (ความยึดมั่นในทิฏฐิ) (๓) สีลัพพตุปาทาน (ความ ยึดมั่นในศีลและวัตร) (๔) อัตตวาทุปาทาน (ความยึดมั่นในอัตตวาทะ) (ขุ.อิติ.อ. ๘๑/๒๘๖) และดู ที.ปา. ๑๑/๓๑๒/๒๐๕ ประกอบ
๒ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๐๑๐-๑๐๑๑/๕๐๕

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka