Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 500

<< | หน้าที่ 500 | >>
[๓] ภิกษุตัดตัณหาที่ท่วมทับสัตว์โลก เป็นไปรวดเร็ว

ให้เหือดแห้งไปทีละน้อย ๆ จนหมดสิ้น

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

[๔] ภิกษุผู้กำจัดมานะได้หมดสิ้น

เหมือนห้วงน้ำใหญ่พัดสะพานไม้อ้อที่อ่อนกำลังให้ทะลายไปหมดสิ้น

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

[๕] ภิกษุผู้ใช้ปัญญาค้นคว้าอยู่

ไม่พบแก่นสารในภพทั้งหลาย

เหมือนพราหมณ์ค้นหาดอกมะเดื่อบนต้นไม่พบ ฉะนั้น

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

[๖] ภิกษุผู้ไม่มีกิเลสกำเริบภายในจิต

และล่วงพ้นความเจริญและความเสื่อมมีประการต่าง ๆ ได้

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

[๗] ภิกษุผู้ระงับวิตกทั้งหลายได้

กำหนดวิตกทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในตนได้ด้วยดี

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

[๘] ภิกษุผู้ไม่ทำความเพียรตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป

ล่วงพ้นปปัญจธรรม ได้ทั้งหมด

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

๑ ไม่พบแก่นสารในภพทั้งหลาย หมายถึงไม่พบนิจจภาวะ(ภาวะเที่ยง) หรืออัตตภาวะ(ภาวะที่เป็นอัตตา) ในกามภพ รูปภพ อรูปภพ สัญญีภพ อสัญญีภพ เนวสัญญีนาสัญญีภพ เอกโวการภพ จตุโวการภพ และ ปัญจโวการภพ (ขุ.สุ.อ. ๑/๕/๑๘)
๒ ปปัญจธรรม หมายถึงกิเลสเครื่องเนิ่นช้า มี ๓ อย่าง คือ ตัณหา มานะ และทิฏฐิ (ขุ.สุ.อ.๑/๘/๒๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka